อิ่มคุ้มจนต้องร้องโฮ่! 3 ร้านบุฟเฟ่ต์ญี่ปุ่น ประจำชลบุรี

หากคุณมีโอกาสได้ออกจากกรุงเทพฯ
ได้แวะเวียนไปเที่ยวที่จังหวัดใกล้เคียงอย่างจังหวัดชลบุรี
ที่น่าจะโด่งดังในเรื่องอาหารทะเลเป็นอันดับ 1 แต่ถ้าหากคุณเริ่มเบื่ออาหารทะเล
อยากกินอาหารแบบอื่นๆ ดูบ้าง วันนี้เราจะมีแนะนำร้านอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆ
แถมยังเป็นบุฟเฟ่ต์ให้คุณได้ลองแวะไปอิ่มกันให้สะใจ
1. Washoku SATO J Park Chonburi
เริ่มจากโซนศรีรีาชากันก่อน ร้านบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นร้านนี้ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าญี่ปุ่น J-Park
ศรีราชา มีบรรยากาศแบ่งเป็น 2 โซน คือโซนนั่งปกติ กับโซนห้องประชุมส่วนตัว
เหมาะสำหรับมาเป็นหมู่คณะ สามารถนั่งคุยงานได้
ในส่วนของอาหาร แนะนำข้าวผัดกะเพราหมูราดซอสมิโสะ รสชาติดี
ได้รสญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ อีกทั้งยังมีซูชิ และซาซิมิให้เลือกแบบหลากหลายในราคา 599บาท
พิกัด : 9/20-21 หมู่6 สุรศักดิ์ ศรีราชา ชลบุรี …

เรือนแก้ว คอฟฟี่ ตำนานที่ยังมีลมหายใจ

แทบทุกครั้งที่ขับรถผ่านทุกครั้งที่ขับรถผ่านทางด่วนช่วงจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ไป
ทางดินแดง แล้วจะได้เห็นห้องอาหารสวยหรูผ่านกระจกใสบานสูง โต๊ะอาหารสี่เหลี่ยม
ปูผ้าขาวซ้อนทับด้วยผ้าสีเลือดหมู โดดเด่นอยู่ในโรงแรมแห่งใหม่ที่เป็นอาคาร
สี่เหลี่ยมลดหลั่นคล้ายขั้นบันไดและทาสีขาวสะอาด
ตั้งอยู่ชิดทางด่วนจึงมาดหมาย
ว่าสักวันหนึ่งจะเข้าไปนั่งชมวิวรถติดจากด้านในห้องอาหารแห่งนั้นบ้าง และแล้ว
ก็สบโอกาสเหมาะเมื่อทราบมาว่าโรงแรมดิ เอ็มเพรส ที่เราหมายตาไว้นั้น จัด
โปรโมชั่นด้วยอาหารบุฟเฟต์มื้อกลางวันเพียงคนละ 188 บาทที่ห้องอาหาร “เรือนแก้ว
คอฟฟี่ช็อป” ภายในกระจกโปร่งใสคล้ายแก้วนั้นเอง
พื้นที่ครึ่งวงกลมที่ถูกโอบล้อมด้วยแผ่นกระจกโปร่งใสในซีกหนึ่งของ อาคาร
ปล่อยให้แสงแดดสาดผ่านยามกลางวัน และเปิดรับแสงจันทร์กับสีสัน
ดวงไฟจากตึกบ้านร้านถนนยามกลางคืนนั่นคือภาพของ “เรือนแก้ว คอฟฟี่ชอป”
ที่เราสัมผัสเมื่อเข้าไปอยู่ภายใน ทั้งรู้สึกได้ถึงบรรยากาศแปลกใหม่กับทัศนียภาพ
ภายนอกที่สะท้อนชีวิตคนเมืองอย่างแจ่มชัด ขณะที่ซุกตัวเองอยู่ใต้ห่อหุ้มของ
กลิ่นไออาหารหลายเชื้อชาติ
ขอตามใจตัวเองอีกสักครั้งด้วยการสั่งอาหารหลายอย่างมาลองลิ้มรสโดย :
มารยาทอันดีงามของสังคม เพราะท้ายที่สุดมันก็คงเข้าไปรวมกันอยู่ในกระเพาะเดียว
อาหารไทยก่อน คือ น้ําพริก เอ็มเพรสพิเศษ…

สถานที่ท่องเที่ยว ที่ถูกที่สุด

ปานามา
ปานามาขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ดีที่สุดของมหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรแอตแลนติก
คลองปานามาที่เป็นเมืองท่าใหญ่ คอยรับส่งสินค้า ทำให้การมาเที่ยวที่นี่จะได้บรรยากาศที่ดี
โดยสามารถหาบ้านพักริมชายหาดในราคาแค่ 150 เหรียญต่อเดือน นอกจากนี้ทั้งอาหารการกิน อาหารซีฟู้ด
ผลไม้ดี ที่มีราคาแสนถูกอีกด้วย

เมียนมาร์
เมืองย่างกุ้ง อดีตเมืองหลวง ของเมียนมาร์ ที่มีเอกลักษณ์อันงดงาม เต็มไปด้วยวัดวาอารามที่วสยงามอยู่มากมาย
เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปศิลปะพม่าที่ดูแปลกตากว่าพระพุทธรูปในบ้านเรา หรือเจดีย์ชเวดากอง
เจดีย์กาบาเอ และเจดีย์สุเล อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ประเทศเมียนมาร์มาอย่างช้านาน
แล้วไปเดินเล่นชมเมืองพม่าพร้อมกับหาของกินอร่อยๆ ที่ย่านไชน่าทาวน์ก็สนุกไปอีกแบบ
ด้วยงบราคาการเที่ยวไม่เกิน 10,000 บาท

อินเดีย
หากคุณชื่นชอบอาหารอินเดีย รับรองว่าคุณจะไม่มีปัญหาในการอยู่ที่นี่
อาหารอินเดียเป็นสิ่งหนึ่งที่แสนวิเศษในการใช้ชีวิตสนุกสนาน วัฒนธรรมอันหลากหลาย กินอยู่ราคาถูก
คุณสามารถอยู่ที่อินเดียได้เป็นเดือนๆ ด้วยค่าที่พักเพียง 100 เหรียญ และจะถูกกว่านี้ถ้าหากไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่…

เที่ยวชมวัดประวัติศาสตร์ ที่กำแพงเพชร

เที่ยวกำแพงเพชรไม่แพ้จังหวัดใดในประเทศ คำนี้ใช้ได้จริงนะครับ
สถานที่ท่องเที่ยวกำแพงเพชรเราแพ้ใครซะที่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ป่าเขา ทะเลหมอก น้ำตก เมืองโบราณ แหล่งโบราณวัตถุ โบราณสถาน
ที่ยังรอการไปเยือนอีกหลายที่มีให้เลือกเยอะแยะ กระทู้นี้ผมจะหยิบซิกเนอเจอร์การเดินทางเที่ยวชมโบราณสถานของกำแพงเพชร
พร้อมแล้วก็ออกเดินทางเต็ดเตร่ สะพายเป้ ไปเท่ห์ๆ พร้อมกันเลย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองกำแพงเพชร
จังหวัดกำแพงเพชร ไม่ไกลจากจังหวัดสุโขทัยเท่าใดนัก ลักษณะของศิลปะและสถาปัตยกรรมในอุทยานแห่งนี้เป็นศิลปะ
แบบเดียวกับที่ปรากฏในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มีโบราณสถานที่สวยงามและขนาดใหญ่มากมาย
หลายแห่งในอดีตเมืองกำแพงเพชรถือเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของอาณาจักรสุโขทัย ในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534
องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้อุทยานแห่งนี้เป็นแหล่งมรดกโลกร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและศรีสัชนาลัยภายใต้ชื่อว่า
เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร
วัดช้างรอบ เรียกว่าวัดนี้เป็นซิกเนเจอร์ของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรเลยก็ว่าได้
แต่อย่าสับสนกันนะครับ วัดช้างรอบอยู่ที่กำแพงเพชร
วัดช้างล้อมอยู่สุโขทัยนะครับ กรุวัดช้างรอบก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กรุทุ่งเศรษฐีนะครับ
ที่ฮิตๆกันพระซุ้มกอกรุทุ่งเศรษฐี บอกเลยว่ากรุช้างรอบก็ดังไม่แพ้กัน
วัดช้างรอบมีพระเจดีย์ใหญ่ตั้งอยู่กลางลาน …

2 ร้านกาแฟดังยอดนิยมที่คนมักยกแล็ปท็อปไปทำงาน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคปัจจุบันการหอบคอมใส่กระเป๋าไปทำงานที่ร้านกาแฟนั้นได้รับความนิยมอย่างแพร่
หลายเนื่องจากวิถีชีวิตคนทำงานในทุกวันนี้แทบจะอยู่กับงานอยู่ตลอดเวลานั่นทำให้ต้องมีความรับผิดชอบ
ที่มากขึ้นจนบางครั้งหากงานไม่เสร็จก็ต้องยกเครื่องคอมพิวเตอร์ไปทำงานสถานที่ต่างๆ
แต่อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนชื่นชอบยกโน๊ตบุ๊คไปทำงานตามร้านกาแฟนั่นคือต้องการที่จะออกไปหา
ไอเดียใหม่ๆหรือบรรยากาศการทำงานใหม่ๆเพื่อเติมไฟในการทำงานนั่นเอง และก็มี 2
ร้านจากแบรนด์ดังๆที่ผู้คนมักชื่นชอบไปทำงานพรางจิบกาแฟไปด้วยเสมอนั่นคือ สตาร์ บัค อเมซอน
เราจึงขอพาคุณไปรู้จักทุกซอกทุกมุมของทั้งสองแบรนด์นี้กันว่าเหตุใดจึงกลายเป็นที่นิยมของคนหมู่มาก

สตาร์ บัค
ไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าสตาร์ บัคเปรียเสมือนโค
เวิร์คกิ้งที่เปิดให้เหล่าคนรักกาแฟได้เข้ามานั่งทำงานได้ภายในร้านจะเห็นได้ว่านับตั้งแต่เข้าสู่ยุคใหม่ของสังคมคนทำงานสตาร์ บัค กลายเป็นศูนย์รวมอย่างแท้จริง
และมันทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงร้านกาแฟธรรมดาอีกต่อไป ว่ากันตามจริงสตาร์ บัค
นั้นโดดเด่นอย่างมากในเรื่องของกาแฟที่รสชาติเป็นเอกลักษณ์ในตัวเอง
แต่สิ่งที่ผู้คนบางส่วนไม่ชื่นชอบแบรนด์นี้เนื่องจากมันมีราคาแพงเกินไปหากเทียบกับกาแฟแบรนด์ยักษ์ใหญ่รายอื่นๆ
อย่างไรก็ตามคนที่นิยมสตาร์ บัค ก็มีจำนวนมากนั่นทำให้ลูกค้ามีมาอย่างไม่ขาดสาย
และในปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาใช้บริการก็เลือกที่จะใช้สตาร์ บัค
เป็นโคเวิร์คกิ้งไม่ว่าจะเป็นการนัดคุยงานที่ทำงานจนถึงขั้นที่ว่าบางสาขาได้มีห้องพิเศษสำหรับเปิดให้
บริการลูกค้สที่ต้องการใช้คุยงานโดยเฉพาะภายในห้องดังกล่าวประกอบไปด้วยโต๊ะยาวขนาดใหญ่
และเก้าอี้รวมถึงจอโปรเจคเตอร์ และกระดานสำหรับชี้แจงงานขณะเดียวกันด้านนอกห้องทางสตาร์ บัค
ยังให้ความสำคัญกับลูกค้าที่มาใช้บริการในร้านด้วยการติดปลั๊กไฟไว้ใต้ที่นั่งทุกที่เพื่อไว้ให้ลูกค้าได้เสียบ
ชาร์จสมาร์ทโฟนรวมไปถึงคอมพิวเตอร์สำหรับใช้ทำงานจุดเด่นของสตาร์ บัค
อีกอย่างคือพวกเขาเป็นร้านที่เปิดบริการสำหรับลูกค้าที่อยากมานั่งทำงานได้อย่างเต็มที่ไม่ว่าจะกี่ชั่วโมงก็ตาม

อเมซอน
ต้องบอกว่า …

พาไปดู 3 สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเยาวราชย่านที่ไม่ได้มีดีแค่ของกิน

ย่านเยาวราชนอกจากจะขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งของกินที่มีร้านอาหารเปิดให้บริการมากมายแถมรสชาติยังจัดว่าเด็ดสุดๆแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ย่านนี้ขึ้นชื่อ
และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากนักท่องเที่ยวนั่นคือที่เที่ยวที่แฝงอยู่ในย่านการค้าแห่งนี้อันเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมของเยาวราช และนี่คือ 3
ที่เที่ยวในเยาวราชที่เราอยากจะมาแนะนำให้คุณได้รู้จัก
พิพิธภัณฑ์วัดไตรมิตร
เริ่มกันที่พิพิธภัณฑ์วัดไตรมิตร
แน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าพิพิธภัณฑ์จะต้องมีเรื่องราวของประวัติศาสตร์เข้ามาเกี่ยวบข้องอย่างแน่นอน
โดยพิพิธภัณฑ์วัดไตรมิตรถือเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่มีประวัติศษสตร์ของชาวจีนที่ครั้งหนึ่งเคยข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลเพื่อมาอยู่ในแผ่นดินไทยหลายร้อยปีก่อน
และการที่มีชาวจีนมาอยู่เยอะก็ทำให้เรื่องของการค้าขายเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
และก่อให้เกิดย่านเยาวราชขึ้นมาจนช่วงหนึ่งย่านนี้ถูกเรียกว่าถนนสายทองคำเลยทีเดียว
นอกจากนี้พิพิธภัณฑ์วัดไตรมิตรยังัมีสิ่งที่ขึ้นชื่ออย่างหลวงพ่อทองคำให้คนมากราบไหว้บูชา
ซึ่งองค์พระนั้นทำมาจากทองคำบริสุทธิ์ที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
พิพิธภัณฑ์ทองคำ
หนึ่งในการค้าขายที่เป็นเอกลักษณ์ของเยาวราชคงหนีไม่พ้นการค้าทองจะเห็นได้ว่าตลอดถนนมังกรที่
ทอดยาวออกไปมีร้านทองเปิดบริการมากมายไปหมด
และจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากในย่านเยาวราชจะมีพิพิธภัณฑ์ทองคำเกิดขึ้น
โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ถือได้ว่าเป็นสถานที่เก่าแก่มากๆเลยทีเดียว
ซึ่งการก่อสร้างใช้แบบเดียวกับสถาปัตยกรรมจีน ซึ่งสูงถึง 7 ชั้น
ส่วนภายในได้รับการตกแต่งแบบจีนพร้อมด้วยเฟอร์นิเตอร์ต่างๆที่นำเข้ามาจากเมืองจีนอีกด้วย
สำหรับภายในยังประกอบไปด้วยแหล่งความรู้เกี่ยวกับทองคำต่างๆตั้งแต่จุดเริ่มต้นการหาทองคำการนำมาแปรรูป
แท่นพิมพ์ทองไปจนถึงกระบวนการค้าขายก็มีให้หาความรู้กันอีกเพียบ โดยที่นี่
เขาเปิดให้เข้าชมฟรีได้ตั้งแต่เวลา 09.00 ไปจนถึง 16.00 น.
วัดมังกรกมลาวาส
นี่คือหนึ่งในวันชดที่ดังที่สุดของกรุงเทพฯ
ไม่วาจะเป็นคนไทยหรือคนจีนก็มักมากราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่กันเป็นจำนวนมากสำหรับ
วัดมังกรกมลาวาสเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ถือว่าเก่าแก่อย่างมาก
และได้รับการออกแบบตามสถาปัตยกรรมวัดจีนดั้งเดิมด้านในเต็มไปด้วยเหล่าเทพความเชื่อของจีนสถิตย์…

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : แกงเขียวหวาน

แกงเขียวหวาน มีเอกลักษณ์อยู่ที่น้ำแกงสีเขียวอ่อนซึ่งได้จากพริกชี้ฟ้าเขียว และพริกขี้หนูสดสีเขียว
โขลกเป็นเครื่องแกงแบบเดียวกับแกงเผ็ด เมื่อไปผัดกับกะทิให้หอม
น้ำแกงก็จะออกเป็นสีเขียวอ่อนตามสีพริก และใช้ ใบโหระพา -ใบมะกรูด เพิ่มความหอม
ส่วนประวัติความเป็นมาของ “แกงเขียวหวาน”ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด
แต่จัดเป็นหนึ่งในเมนูอาหารไทยโบราณที่มีชื่อเสียงไปไกลทั่วโลกเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวต่างชาติ ซึ่งเรียกขานแกงชนิดนี้ว่า
“Thai Green Curry” ตามสีของน้ำแกงโดยประวัติพอสังเขปที่พอหาได้อธิบายไว้ว่าสมัยก่อนคนไทยยังไม่
ได้นำเอากะทิมาทำกับข้าวกินน้ำพริกแกงเผ็ดที่ถูกตำขึ้นมาก็เพื่อทำแกงป่ากันเป็นส่วนใหญ่
ใส่รวมกับสมุนไพรอย่าง พริกไทยอ่อน, กระชายซอยเส้น และใบโหระพา หอมเผ็ดร้อนอย่าบอกใคร
กระทั่งคนไทยเริ่มนำหัวกะทินำมะเคี่ยวร้อนๆ จนแตกมันจนได้น้ำมันที่แตกออกมาใช้ผัดน้ำพริกแกงให้หอมและมีรสช
าติดีขึ้น ตามด้วยการใช้กะทิแทนน้ำตามแบบฉบับแกงป่าผักกลิ่นแรงๆ อย่าง กระชายหรือพริกไทยอ่อนจึงถูกตัดออกไป
กระนั้นในบางสูตรบางตำราก็ยังมีการใส่ กระชาย และพริกไทยอ่อน อยู่บ้างเพื่อกลบความคาวสำหรับเมนูปลาต่างๆ
ปรุงสันเติมแต่งรสชาติจนได้ “แกงเผ็ด”แกงไทยชื่อเสียงก้องไกลในนาม “แกงเขียวหวาน”
อันถือเป็นภูมิปัญญาไทยแท้หลังจากนั้นวิวัฒนาการของ “แกงเขียวหวาน”
ก็เดินหน้าอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันไล่ตั้งแต่เริ่มหันไปใช้พริกขี้หนูสดสีเขียวมาใช้โขลกทำพริกแกงแ…

ร้านอาหารจีนเจ้าดัง

1.เล่งหงษ์
เล่งหงษ์ Byหมวย ลาดพร้าว71 ร้านนี้ขับรถผ่านเส้นลาดพร้าวก็จะเห็นป้ายร้านเด่นๆ
โดยเมนูเด่นของทางร้านนี้คือ กุ้งทอดครีมสลัด เป็ดปักกิ่ง หนังเป็ดกรอบ เป็นต้น นอกจากเมนูเด็ดๆ
ที่บอกไปแล้วเราก็ยังมีเมนูน่าสนใจเมื่อไปร้านนี้คือ หมูหัน กุ้งทอดครีมสลัด ยำกุ้งเล่งหงษ์
และถ้าอิ่มท้องกับอาหารคาวแล้ว เราก็ยังมีเมนุของหวานมาแนะนำกันอีกสักหนึ่งเมนู คือ สาคูแคนตาลูปนั่นเอง

2.LIN-FA Chinese Restaurant
ร้าน LIN-FA Chinese Restaurant เป็นร้านอาหารจีนสไตล์แต้จิ๋ว ตั้งอยู่ที่โรงแรมเดอะ สุโกศล
(โรงแรทสยามซิตี้เก่า) ร้านนี้มีชื่อเสียงมายาวนาน
ความพิเศษของทางร้านคือมีบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ  และนอกจากนี้ถ้าใครไม่อยากทานบุฟเฟ่ต์ เราก็มีเมนูอื่นแนะนำอีก คือ
เป็ดปักกิ่ง เป็ดของที่นี่ต้องบอกว่าเป็นเมนูซิกเนเจอร์ เป็นสูตรเฉพาะของทางร้านหนังกรอบๆ หอมๆ อร่อยมาก…

สายกินไม่ควรพลาด : 3 ร้านอาหารเมืองกรุงที่คุณต้องไปลอง

หากใครเป็นสายกินเชื่อว่าจะต้องไม่พลาดบทความชิ้นนี้อย่างแน่นอนเพราะเราจะพาคุณไปดูร้านอาหารรสเลิศทั่วเมืองกรุงว่ามีที่ไหนน่าแวะไปโดนกันบ้าง
ติดตามได้ที่นี่

1.เจ๊โอว-ข้าวต้มเป็ด
เริ่มกันที่ เจ๊โอว-ข้าวต้มเป็ด ข้าวต้มปลาข้าวต้มหมูหมึกกุ้งหลายคนคงอาจเคยเห็นมาแล้ว
แต่ข้าวต้มเป็ดอาจจะดูแปลกตาทีเดียวกับข้าวต้มทั่วไปที่เคยมีมาสำหรับใครที่จะมาที่นี่คงต้องรอนานหน่อย
เพราะคิวยาวมากนั่นเพราะเป็นรานที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในโลกโซเชียล
ซึ่งเหตุผลที่มีชื่อเสียงแบบสุดๆนั่นเพราะไอเดียอาหารที่แปลกใหม่จากการที่เปลี่ยนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมา
ประยุกต์ให้เป็นเมนูแสนอร่อยสุดแซ่บ โดยมีชื่อว่าโอ้โหมาม่า
ที่เสิร์ฟมาพร้อมเครื่องหนักแน่นแบบจัดหนักจัดเต็มชุดใหญ่แถมยังสามารถทานได้หลายคนในจากเดียว
เพราะมีขนาดที่ใหญ่จริงๆ ซึ่งอย่างที่บอกหากใครมาก็ต้องรอหน่อยเพราะคิวยาวมาก
ซึ่งที่ร้านเขาเปิดให้โทรมาจองที่นั่งก่อนได้แถมร้านยังมีบรรกาศชิวๆสบายๆน่ามาลองอย่างยิ่ง

2. ทิพย์สมัยประตูผี
ทิพย์สมัยประตูผี เจ้านี้หลายคนน่าจะเคยลิ้มลองมาแล้ว
เพราะนี่คือผัดไทที่ดังที่สุดในกรุงเทพมหานครเลยก็ว่าได้
สำหรับร้านทิพย์สมัยประตูผีเปิดให้บริการมาอย่างยาวนานด้วยสูตรการทำอันเก่าแก่ที่เป็นมรดกตกทอดกันมายาวนาน
โดยทางร้านนำวัตถุดิบอย่างดีมาใช้ในการทำและมีจุดเด่นที่ต่างไปจากร้านผัดไปเจ้าอื่นๆนั่นคือเส้นผัดไทที่มีความเหนียวนุ่มกับมันกุ้งที่อยู่ในจานอีกทั้ยังมีกุ้ง
และเต้าหูซอยเล็กๆทานแล้วรสชาติคลุกเคล้ากันเป็นความอร่อยนอกจากนี้ยังมีเครื่องเทศที่ส่งกลิ่นหอมชวนน่ากินมากขึ้น
แต่ไม่ได้มีดีแค่ผัดไทเท่านั้นหากแต่ยังขึ้นชื่อเรื่องน้ำส้มคั้นอีกด้วยที่เมื่อใครไปเยือนทิพย์สมัยประตูผีน้ำส้มก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาด
สำหรับการเดินทางนั้นก็ไม่ยากเพียงตรงจากถนนราชดำเนินและเลี้ยวซ้ายถนนมหาไชยบริเวณแยกผ่านฟ้า ซึ่งร้านจะตั้งอยู่ซ้ายมือ
และเช่นเคยหากใครจะมาเยือนก็ต้องรอนานนิดเพราะแถวต่อยาวไม่น้อยเลยทีเดียว

3.Steve Café&Cuisine
ร้านต่อมาคือ Steve Café&Cuisine เป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
โดยเป็นร้านอาหารที่เหใาะจะมาทานกันเป็นครอบครัว ซึ่งร้านถูกออกมาย้อนยุคไปในสมัย 1997
ที่รับรองได้ว่าถูกอกถูกใจสายวินเทจแน่นอนส่วนเรื่องของเมนูก็มีให่้เลือกหลากหลายทั้งอาหารไทย
และต่างประเทศที่สำคัญที่นี่ยังมีเมี่ยงคำให้ได้ลิ้มลองอีกด้วย และถือเป็นของขึ้นชื่อของร้านเลยทีเดียว
สำหรับการเดินทางเพียงวิ่งจากแยกสี่เสาเทเวศสังเกตุป้ายวัดเทวราชกุญชรจากนั้นตรงเข้ามาในวัดไปยังด้านหลังจะเห็นร้ายตั้งอยู่ริมแม่น้ำ…

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ข้าวงบ

ข้าวงบ เป็นอาหารพื้นๆ สมัยก่อนทำง่าย
แต่สมัยนี้คงจะยุ่งพอสมควร นั่นก็เพราะหาใบตองลำบาก
ทว่าในอดีตนี่ถือเป็นเมนูอาหารขึ้นหิ้งของชาววังอีกสำรับหนึ่ง
ทั้งอร่อยและพกพาไปรับประทานสะดวก แม้ต้องเดินทางไกล
โดยที่มาของ ข้าวงบ นั้น สืบเนื่องจากรัชกาลที่ ๕ทรงโปรดการเสด็จประพาสต้น
รวมถึงการเสด็จแปรพระราชฐานไปยังสถานที่ต่างๆในการเดินทางเสด็จแต่ละครั้งจำเป็นต้องมีการเตรียมอาหารในระหว่างการเดินทาง
นั่นทำให้เกิดรายการอาหารที่เหมาะสำหรับการนำไปรับประทานระหว่างทางได้อย่างสะดวกและไม่เสียง่าย
อาหารที่นำไปได้นั้นจึงเป็นอาหารประเภทปิ้งอาหารประเภทปิ้งในตำรับพระวิมาดาเธอฯ ได้แก่ ข้าวปิ้ง และข้าวงบ ต่างๆ นั่นเอง
ส่วนวัตถุดิบที่ใช้ในการทำ ข้าวงบ ก็ไม่ยุ่งยากอะไร
ประกอบด้วย ข้าวสุก 8 ถ้วยชา, หมูสามชั้นสับละเอียด 1 ถ้วยชา,
กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ, ไข่ไก่ 4 ฟอง, กะปิ, กุ้งแห้ง, กระเทียม,พริกขี้หนู, …