ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ข้าวยำ

ข้าวยำ ถือเป็นอาหารพระราชวัง
เกิดขึ้นสมัยราชอาณาจักรของพระยานคร
พื้นเพดั่งเดิมสามจังหวัดชายแดนใต้ในปัจจุบัน
โดยขณะนั้นเป็นช่วงเดือนถือศีลอด
ปรากฏว่าหลายคนมีอาการปวดท้อง บ้างก็ท้องร่วง บ้างก็ท้องอืด
เหตุเนื่องจากว่าหลายคนละศีลอดด้วยอาหารนานาชนิด
และกินอาหารหนัก บางคนอยากกินไก่ย่าง
ก็เริ่มกินไก่ย่างทันทีที่ละศีลอด อย่างนี้เป็นต้น
เมื่อพระยานครทรงทราบจึงสั่งให้หมอประจำราชวังคิดแก้ปัญหา
หมอคนดังกล่าวจึงบอกพระยานคร
ว่าหลังจากนี้ทุกคนต้องมาละศีลอดพร้อมกัน
และกินอาหารสูตรที่เขาคิดค้นขึ้นมา นั่นก็คือ ข้าวยำ
โดยสูตรดั้งเดิมต้องมี 2 สี คือ สีดำ และ สีเหลือง ซึ่ง สีดำ
ใช้น้ำใบยอคั้น มีสรรพคุณสร้างอนุมูลอิสระ หรือ เตยหอม
(ชนิดเล็ก) ช่วยขับปัสสาวะ และบำรุงหัวใจ
ทั้งนี้ ข้าวมีสรรพคุณสร้างอนุมูลอิสระอยู่แล้ว
โดยเฉพาะข้าวกล้อง ซึ่งสมัยก่อนข้าวเปลือกนั้นใช้วิธีตำ ดังนั้น
สารอาหารยังคงครบถ้วน ต่างกับปัจจุบันที่ใช้วิธีการสีข้าว
ทำให้สารอาหารต่างๆ หายเกือบหมด
ส่วน ข้าวสีเหลือง ใช้วัตถุดิบเป็นขมิ้น มีสรรพคุณ แก้ท้องอืด
เพราะมีรสฝาด และสมานแผลภายในลำไส้ด้วย ทั้งนี้
จะพบบ้างที่ใส่สีผสมอาหาร ซึ่งไม่มีประโยชน์และโทษต่อร่างกาย
จะมีแค่ชวนน่ารับประทานเท่านั้น
สำหรับส่วนผสมของ ปลาป่น สูตรดั้งเดิม จะมีกุ้งป่นผสมด้วย
ซึ่งทั้งสองจะเป็นแหล่งโปรตีน ส่วน มะพร้าวคั่ว
มีสรรพคุณแก้ไขข้อ ขณะที่ผักโรยหน้า อย่าง
ใบมะม่วงหิมมะพานต์ ช่วยแก้ท้องร่วง, จันทร์หอม ช่วยแก้ท้องอืด
เจริญอาหาร และบำรุงหัวใจด้วย
ส่วน ใบมะกรูด แก้ปวดข้อ แก้ท้องอืด, ใบสมัคร
ช่วยแก้ท้องร่วง และเจริญอาหาร, หอมแดงสด ช่วยแก้ไข้, หัวม่วง
ช่วยขับลม แก้ท้องอืด สุดท้ายคือ พริกไทยสด แก้ท้องอืด
เรียกว่าทานเข้าไปห่างไกลแน่นอน
ปิดท้ายที่พระเอกของ ข้าวยำ หนีไม่พ้น น้ำบูดู
จะประกอบด้วย น้ำตาลแว่น หอมแดง กระเทียม ข่า ตะไคร้ ขิง
ยอดอ้อย ซึ่งมีกรดแลกติก ช่วยขับปัสสาวะ ซึ่ง บูดู
จะมีสรรพคุณเป็นโปรตีน ไอโอดีน และแคลเซียม ด้วย
หลังจากนั้นผู้คนในวังมาละศีลอดพร้อมกัน
ปรากฏว่าอาการท้องอืด ท้องร่วง หายเป็นปลิดทิ้ง
ทว่าตามหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม
ให้ละศีลอดด้วยของหวานหรือของว่าง ไม่ควรกินอาหารหนักทันที
ซึ่งรสหวานจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ คือ อินทผาลัม
ตัว อินทผาลัม นี้มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก ทั้ง ซัลเฟอร์
เหล็ก โพแตสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม แมงกานีส
น้ำมันโวลาไดท์ และมีเส้นใยมาก ช่วยลดอาการท้องผูก
และทำให้ย่อยง่าย รวมทั้งให้พลังงานสูง นอกจากนี้
ยังสามารถบำรุงกล้ามเนื้อมดลูก และสร้างน้ำนมแม่ด้วย
ปัจจุบันเรายังสามารถหารับประทาน ข้าวยำ ได้ทั้วไป
เพียงแต่บางเจ้าใส่ แตงกวา มาด้วย ซึ่งแนะนำให้เลี่ยง เพราะ
แตงกวา จะทำให้ท้องอืด ส่วนใครจะหาสูตรโบราณ เราแนะนำ
ครัวปอแก้ว ลำลูกกา หรือ ข้าวยำแม่จำเนียร ตลาดกิมหยง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *